ขายฝากที่ดินกับธนาคาร ทำอย่างไร

ขายฝากที่ดินกับธนาคาร

ขายฝากที่ดินกับธนาคาร ขายฝากบ้าน นั้นเป็นอย่างไร ?ขายฝากบ้าน คือ วิธีการทำนิติกรรมการ ซื้อ – ขาย บ้าน รูปแบบหนึ่ง โดยเจ้าของของบ้าน จะตกไปยังคนซื้อ (คนรับขายฝาก) โดยคนขายสามารถนำเงินมาไถ่คืน หรือ ซื้อบ้าน คืนได้ภายในช่วงเวลาที่ระบุ โดยสูงสุดตามกฎหมายนั้นไม่เกิน 10 ปี “ขายฝากบ้านนั้นถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับเพื่อการกู้เงิน”การจำนองบ้าน หรือ จำนำที่ดิน ผ่าน ธนาคาร หรือ สถาบันการเงินนั้น มีขั้นตอนที่ยุ่งยาก ใช้ช่วงเวลาในการเดินเรื่องนาน มีการตรวจเช็คไม่ว่าจะเป็น ความสามารถสำหรับในการผ่อนส่งของผู้กู้, เครดิตบูโร หรือ สเตทเมนท์ ทำให้คนโดยส่วนใหญ่ไม่อาจจะขอเงินกู้จากสถาบันการเงินได้จนกระทั่งทำให้จะต้องไปพึ่งพิงการกู้ยืมนอกระบบที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย

แม้ว่าจะจะต้องเสียดอกเบี้ยสูงมากเกินอัตราที่ข้อบังคับระบุ (โดยอัตราค่าดอกเบี้ยที่กฎหมายกำหนดเป็นปริมาณร้อยละ 15 ต่อปี) แม้กระนั้นก็ไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีมากกว่า การจำนำบ้าน กับ แบงค์ หรือ สถาบันการเงินนั้น มีเงื่อนไขมากมายก่ายกอง ซึ่งข้อตกลงที่สำคัญที่สุดเป็น ความสามารถในการจ่ายเงินคืนของผู้กู้

โดยแบงค์จะตรวจดูจาก เรื่องราวเดินบัญชี รายรับ – ค่าใช้จ่าย, สเตทเมนต์, เรื่องราวทำธุรกิจ (ถ้าเกิดกู้เพื่อไปทำธุรกิจ) แล้วก็ เรื่องราวเครดิตบูโรแม้ผู้กู้ ไม่มีเรื่องราวเดินบัญชี, ไม่เคยเป็นลูกค้าธนาคาร, เคยผิดนัดใช้หนี้อะไรก็ตามกับธนาคาร, ติดเครดิตบูโร การจำนำกับธนาคาร ก็เป็นไปได้ยาก ผู้จะกู้ควรมีประวัติความเป็นมาทางการเงินที่พอเพียงต่อยอดเงินจำนองที่จะกู้ ธนาคารถึงรับไว้ไตร่ตรองพื้นฐานลำดับถัดไปคือ การประเมินค่าเงินทอง

ที่อยากนำมารับรองการจำนอง ไม่ว่าจะเป็น อสังหาริมทรัพย์ บ้าน ที่ดินไม่ อาคารการค้าขาย คอนโดมิเนียม หรือ รถยนต์ เป็นต้น ซึ่งเงินทองที่เอามารับประกันการจำนองนั้น จะต้องมีค่าสูงยิ่งกว่ายอดจำนองโดยแบงค์จะส่งทรัพย์สินพวกนั้นเข้าประเมินคุณค่า โดยทีมงานประมาณคุณค่าของธนาคารเอง รวมทั้ง บริษัทประเมินค่าที่ตามมาตรฐานของแบงค์ เพื่อนำค่าทรัพย์สินปัจจุบันนี้มาคำนวนวงเงินจำนำ (อาจมีรายจ่ายในการเข้าประมาณคุณค่า)

เมื่อแบงค์ได้ข้อมูลทั้งสิ้นแล้ว ก็ค่อยทำข้อตกลงจำนอง รวมทั้งทำการจำนองที่ที่ทำการที่ดินที่โฉนดที่ดินที่รับประกันตั้งอยู่ ระยะเวลาทั้งวิธีการใช้เวลาราว 3 – 4 เดือน

“มิตรเมืองไทย อีก 1 ช่องทาง ในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ผ่านการขายฝากที่ไม่ผิดกฎหมาย”ผู้กู้สามารถใช้แนวทาง ขายฝากบ้าน ที่ดิน ขายฝากบ้านพร้อมที่ดิน คอนโด อาคารการค้า แล้วก็ อสังหาริมทรัพย์อื่นๆเพื่อขอวงเงินกู้กับ มิตรประเทศไทยได้ โดยที่ “ไม่ต้องแสดงสเตทเมนต์ รวมทั้ง ไม่เช็คเครดิตบูโร”ซึ่งคนที่เคยมี กางล็คลิส เคยผิดนัดชำระหนี้กับธนาคาร หรือ ไม่มีประวัติการเดินบัญชี เรื่องราวทำธุรกิจ ก็สามารถขอวงเงินกู้ได้ผ่านวิธีขายฝาก

เนื่องจากทาง มิตรเมืองไทย พินิจพิเคราะห์เพียงแต่ สมบัติพัสถานที่นำมารับประกัน อาทิเช่น บ้าน ที่ดิน คอนโด อาคารการค้า อื่นๆอีกมากมาย ที่นำมาขายฝากแค่นั้น โดยจะประเมินวงเงินขายฝากจากมูลค่าอสังหาริมทรัพย์นั้นๆด้วยดอกที่ต่ำ ภายใต้ข้อบังคับระบุ (ดอกเบี้ยถูกกว่าสินเชื่อบางชนิดของสถาบันการเงิน) นโยบายที่เที่ยงธรรม ไม่หวังยึดทรัพย์ และก็ ระยะเวลาในการอนุมัติใช้เวลา

เพียง 1 – 7 วันเพียงแค่นั้น สรุปวิธีขายฝากบ้าน หรือ ขายฝากบ้านพร้อมที่ดินนั้น จึงเป็นอีกหนึ่งวิถีทางของ “เงินกู้ยืมเร่งด่วน” เมื่อไม่สามารถ จำนำบ้าน กับธนาคารได้ ข้อดีของ การขายฝากนั้น คือวงเงินกู้ที่กำลังจะได้รับ โดยส่วนมาก จะเฉลี่ยสูงสุดอยู่ที่ 60 เปอร์เซ็นต์ ของ ราคาทรัพย์สิน ซึ่งแตกต่างจาก การจำนอง ที่ยอดเงินกู้จะเฉลี่ยอยู่ที่ ไม่เกิน 30 เปอร์เซ็นต์สำหรับลูกค้าที่ปรารถนา เงินกู้ยืมรีบด่วน ทางมิตรประเทศไทย ยินดีช่วยเหลือ ถ้าหากลูกค้าพร้อมที่จะไถ่ถอนจากแนวทางการขายฝาก เพื่อเข้าจำนองบ้าน จำนองที่ดิน กับธนาคารอีกรอบเมื่อลูกค้าสามารถสร้างเครดิตขอวงเงินจำนำกับธนาคารได้แล้ว

หลายๆคนบางครั้งอาจจะมีความคิดว่า ขายฝากที่ดินกับธนาคาร

หากมีหลักทรัพย์ก็ทำให้สามารถกู้แบงค์ได้อย่างง่ายดายแต่ว่าในความเป็นจริงแล้วธนาคารควรต้องพิจารณาสาเหตุหลายๆอย่าง ทำให้บางบุคคลแม้จะมีที่ดิน มีบ้านไปเป็นหลักค้ำประกันกับแบงค์แล้วก็ยังกู้ไม่ผ่านหรือผ่านแล้วก็ได้ยอดเงินน้อยมากๆไม่พอกับที่จึงควรใช้ มาดูกันเลยว่าสาเหตุอะไรบ้างที่ทำให้ไม่ผ่านมิได้เดินบัญชีมีหลายๆคนที่ทำธุรกิจส่วนตัวหรืออาชีพอิสระ ได้ยอดเงินเยอะ แต่ไม่ได้เดินบัญชีเลย ทำให้แบงค์เห็นว่าเรามีความเสี่ยงสูง หรือถึงจะมีการเดินบัญชี แม้กระนั้นแบงค์ก็บางทีอาจจะเห็นว่าพวกเรามีรายได้แค่ครึ่งเดียว ของยอดที่เดินบัญชีในแต่ละเดือน

ก็เลยทำให้กู้ไม่ผ่านมีหนี้สินเดิมเยอะอยู่แล้วแบงค์จะดูรายได้ แล้วก็ความรู้ความเข้าใจในการผ่อนของเราในแต่ละเดือน สมมุติว่ามีรายได้เดือนละ 15,000 บาท แล้วมีภาระจะต้องผ่อนต่อเดือน ไม่ว่าจะเป็นหนี้บัตรเครดิต หนี้สินกู้หนี้ยืมสินอื่นๆอีก 8,000 บาทต่อเดือน ทำให้ธนาคารมองว่าถ้าหากเอาโฉนดที่ดินเข้าธนาคารเพิ่มจะก่อให้ไม่มีกำลังพอจะจ่ายและชำระหนี้ใหม่ ต้นเหตุนี้ก็ทำให้กู้ไม่ผ่านประวัติการผ่อนไม่ดีที่ผ่านมามีประวัติการกู้ยืม

แล้วผ่อนช้าจนกระทั่งติดเครดิตบูโร ไม่ว่าจะเป็นยอดต่ำหรือยอดสูง เช่นยอดบัตรเครดิตแค่หลักร้อย การต่อว่าดเครดิตบูโรเพียงแค่เดือนเดียวก็ถือว่ามีประวัติไม่ดีแล้ว เป็นเหตุผลให้แบงค์ปฎิเสธได้อย่างง่ายดายถ้าเกิดต้องการสะสางประวัติก็ต้องคอยถึง 3 ปีเลยทีเดียวติดแบล็คลิสต์เว้นแต่เรื่องประวัติการผ่อนล่าช้าแล้ว ถ้าหากไม่จ่ายต่อเนื่องกันนับเป็นเวลาหลายเดือน มีการฟ้องแพ่ง จนติดแบล็คลิสต์ อย่างนี้ก็ทำให้ช่องทางที่ธนาคารจะอนุมัติแทบเป็น 0

ได้เลยประวัติความเป็นมาไม่ดีมีทางเลือกอะไรบ้าง?ถ้าหากพวกเราไม่อาจจะเข้าระบบธนาคารได้แล้ว แล้วก็จึงควรใช้เงินก้อน รวมทั้งถึงความเป็นมาไม่ดี แม้กระนั้นส่วนตัวแล้วเราประเมิที่ว่ายังมีกำลังจะผ่อนได้ ก็ชี้แนะให้เรานำสินทรัพย์ของเรา อย่างโฉนดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างหรือโฉนดที่ดินเปล่า ไป”จำนำ”หรือ”ขายฝาก” กับผู้ให้บริการที่ไว้ใจได้อย่าง ไทยท็อปโลน ซึ่งอีกทั้งการจำนำกับขายฝากก็มีสิ่งที่แตกต่างกันอยู่บ้าง มีเนื้อหาดังนี้จำนองจำนอง เป็นการกู้เงินโดยนำโฉนดบ้านหรือที่ดินไปเป็นหลักประกัน การจำนองคิดดอกเบี้ยต่ำสุดเพียงแต่ 1.25 % ต่อเดือนเท่านั้น

ถ้าเราไม่ใช้หนี้ใช้สินจำนองหรือไถ่คืนตามเวลาที่กำหนดไว้ ก็อาจจะโดนฟ้องคดี แต่ว่าสำหรับการจำนองเราสามารถสนทนา ไกล่เกลี่ยกับผู้รับจำนำได้ขายฝากการขายฝากจะคล้ายกับการ จำนำ ก็คือ เมื่อนำบ้านไปขายฝากแล้ว บ้านจะถูกโอนชื่อไปเป็นของคนรับขายฝาก แต่ก็ไม่น่ากลัว เนื่องจากกฎหมายกำหนดให้เจ้าของเก่าสามารถไปไถ่คืนคืนได้ และบ้านก็จะกลับมาเป็นชื่อของเราดังเดิมค่าธรรมเนียมการจำนองรวมทั้งขายฝากการจำนำ

จะมีค่าจำท่วม 1% เรียกเก็บในกรมที่ดินการขายฝาก กรมที่ดินจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียม 2% ของราคาประเมิที่ที่ดินในบางครั้งหลายคนบางทีก็อาจจะกลัวเรื่องค่าธรรมเนียมว่าจะสูงเกินความจำเป็น แต่จริงๆแล้วถึงแม้ว่าพวกเราจะกู้กับแบงค์ นอกจากค่าธรรมเนียมตามกฎหมายกำหนดแล้ว ก็ชอบบังคับให้ทำประกันชีวิตที่ไม่มีการคืนเงิน ยอดสูงหลักหมื่นถึงแสนเลยทีเดียว ซึ่งก็นับว่าเป็นข้อตำหนิของการนำโฉนดที่ดินเข้าแบงค์

3 วิธียอดนิยม สำหรับเพื่อการกู้ยืมกันโดยใช้ที่ดินหรือโฉนดที่ดินเป็นหลักประกัน

เมื่อสภาพเศรษฐกิจชาติบ้านเมืองปัจจุบันซบเซาลง ผู้คนจำนวนมากอาจประปัญหาขาดสภาพคล่องทางด้านการเงิน ในที่สุดก็หนีไม่พ้นการกู้ยืมหนี้ยืมสิน ซึ่งวันนี้ผมจะมาพูดถึงการกู้ยืมเงินกันโดยใช้ที่ดินเป็นประกันนั้น โดยทั่วไปมักนิยมทำกัน มี 3 วิธีหมายถึง

1. วิธีขายฝาก ซึ่งแนวทางแบบนี้เป็นวิธีที่ผู้ให้กู้เป็นต่อที่สุด เนื่องจากกรรมสิทธิ์ในที่ดินจะเป็นของผู้ให้กู้ (คนรับซื้อฝาก) โดยทันที ผู้กู้(ผู้ขายฝาก) มีสิทธิเพียงแค่มาไถ่คืนสินทรัพย์คืนข้างในกำหนดแค่นั้น หากไม่ไถ่คืนคืนด้านในระบุก็หมดสิทธิในที่ดิน ที่ดินย่อมเปลี่ยนเป็นเจ้าของของผู้ให้กู้อย่างเด็ดขาด แม้กระนั้นอย่างไรก็ตามขั้นตอนการนี้ควรต้องเสียค่าธรรมเนียมให้กรมที่ดินเยอะๆกว่าวิธีอื่น

2. การจำนอง วิธีนี้ก็เป็นอีกแนวทางที่นิยมกัน โดยการจำนองนั้นเจ้าของในที่ดินยังคงอยู่ที่ผู้กู้ (ผู้จำนอง) โดยผู้ให้กู้ (ผู้รับจำนอง) จะมีที่ดินเป็นประกันให้อุ่นใจ ถ้าเกิดผู้กู้ผิดนัด ผู้ให้กู้ก็มีสิทธิฟ้องบังคับคดีเอาแก่เงินทองที่จำนองได้ อีกทั้งผู้จำนองยังมีฐานะเป็นเจ้าหนี้บุริมสิทธิในที่ดินที่จำนอง มีสิทธิเหนือเจ้าหนี้คนอื่นๆในที่ดินแปลงที่ผู้กู้จำนองไว้ แม้กระนั้นกระบวนการนี้ก็มีข้อเสียก็คือจำต้องเสียเวล่ำเวลาสำหรับในการยื่นฟ้องคดีนานกว่าจะบังคับคดีเอาแก่เงินทองที่จำนำได้

3. การกู้ยืมเงินโดยผู้กู้มอบโฉนดที่ดินให้ผู้ให้กู้ยึดถือไว้ โดยแนวทางการนี้เป็นกรรมวิธีแบบที่ประชาชนนิยมทำ ซึ่งข้อบังคับไม่ได้เขียนรองรับไว้ โดยจุดอ่อนของวิธีการนี้มีหลายประการเป็นต้นว่า ผู้กู้สามารถไปแจ้งว่าโฉนดที่ดินหายแล้วหลังจากนั้นก็ไปขอออกโฉนดใหม่ประมือมที่ดิน แล้วต่อจากนั้นก็ไปนำโฉนดฉบับใหม่ไปขาย โดยที่ผู้ให้กู้ไม่มีโอกาสรู้ และก็แม้ผู้กู้ผิดนัด ผู้ให้กู้ก็ต้องฟ้องร้องซึ่งจำเป็นจะต้องใช้เวลานาน รวมทั้งสำหรับการส่งโฉนดที่ดินแบบนี้ผู้ให้กู้จะไม่อยู่ในฐานะเจ้าหนี้ผู้มีบุริมสิทธิเหนือที่ดินเหมือนเจ้าหนี้จำนอง คงมีสิทธิเท่าๆกับเจ้าหนี้คนอื่นเท่านั้น

ทั้งยัง เจ้าหนี้คนอื่นของลูกหนี้อาจมายึดไปใช้หนี้ได้ โดยผู้ให้กู้ไม่มีสิทธิมาถกเถียงโต้เถียง เพียงจะมีสิทธิยึดหน่วงโฉนดที่ดินไว้จนกระทั่งจะได้รับใช้หนี้ใช้สินแค่นั้นทั้งนี้ การกู้ยืมเงินกันในระดับประชาชนหรือนักลงทุนท้องถิ่นโดยมาก ไม่นิยมไปลงบัญชีจากขายฝากหรือจำนำที่กรมที่ดินกันสักเท่าไหร่ ด้วยเหตุว่าปัจจัยหลายประการ เป็นต้นว่า มีความคิดเห็นว่าต้องเสียค่าธรรมเนียมเป็นเงินจำนวนไม่น้อย บางทีเป็นการกู้กันในระยะสั้น

จึงไม่ต้องการจะขึ้นทะเบียนให้เสียตังค์ค่าธรรมเนียม หรือเป็นการกู้ยืมระหว่างเพื่อนพ้องญาติมิตร จึงไม่ต้องการที่จะไปขึ้นทะเบียนจำนองหรือขายฝากกันที่กรมที่ดินให้เสียเวลา เนื่องจากมีความไว้วางใจกัน ด้วยเหตุผลดังกล่าวกระบวนการกู้หนี้ยืมสินโดยการมอบโฉนดที่ดินให้แก่กันไว้ จึงเป็นที่นิยมกันมากมายแม้กระนั้นเนื่องจากการกู้ยืมเงินด้วยการส่งมอบโฉนดที่ดินให้แก่กันไว้ มีช่องโหว่ที่ผู้กู้อาจไปขอออกโฉนดใหม่ได้ข้างต้น

และก็การติดตามทวงหนี้สินก็ต้องกระทำการฟ้องคดีต่อศาล ซึ่งจำเป็นต้องใช้เวลานานและก็มีค่าใช้จ่ายหลายชิ้น รวมทั้งเจ้าหนี้อื่นๆอาจมายึดที่ดินไปเสียก่อนผู้ให้กู้ได้ ด้วยเหตุผลดังกล่าวบรรดานายทุนเงินกู้ก็เลยได้คิดกรรมวิธีแบบใหม่ขึ้นมา โดยนอกจากจะให้ผู้กู้มอบโฉนดที่ดินให้แก่ตัวเองแล้ว

ยังให้ผู้กู้ทำหนังสือมอบสิทธิ์ขายที่ดินให้แก่ตัวเองด้วยเสียเลย โดยมีข้อตกลงว่าหากผู้กู้ผิดนัด ผู้ให้กู้ก็เอาใบมอบฉันทะไปโอนที่ดินเป็นของตนเองโดยทันที ซึ่งกรรมวิธีการดังที่กล่าวผ่านมาแล้วนั้นมีคุณประโยชน์มากมายกับผู้ให้กู้ เพราะค่าธรรมเนียมลงบัญชีประมือมที่ดินก็ไม่ต้องเสีย ไม่ต้องฟ้องบังคับคดีให้ยุ่งยาก ถึงเวลาเวลาผู้กู้ไม่จ่ายก็โอนที่ดินเป็นของตนเองเลย แต่ว่าตามกฎหมายแล้ว วิธีดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นไม่อาจใช้ได้ เพราะเหตุว่าขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 656 วรรคสอง ที่ข้อกำหนดว่า “ ถ้าหากทำข้อตกลงกู้ยืมกันและผู้ให้กู้ยืมเห็นด้วยเอาสิ่งของหรือ

เงินอันอื่นเป็นการจ่ายและชำระหนี้แทนเงินที่กู้เงินไสร้ หนี้สินอันยับยั้งไป เพราะว่าการจ่ายแบบนั้นท่านให้คิดเป็นปริมาณเท่ากับราคาท้องตลาด แห่งสิ่งของ หรือทรัพย์สินนั้นในเวลาแล

 

ขายฝาก สามารถ add line @moneyhomeloan

เพื่อส่งเอกสารให้ทางเจ้าหน้าที่ประเมินได้ฟรีไม่เสียค่าใช้จ่ายโดยแนบเอกสารให้ครบถ้วนดังต่อไปนี้

  1. รูปถ่ายหน้าและหลังโฉนด
  2. รูปถ่ายทรัพย์สินทั้งภายในและภายนอก
  3. วงเงินที่ต้องการ
  4. ชื่อและเบอร์โทรติดต่อกลับ

ทาง HomeLoan ใช้ระยะเวลาในการประเมินภายใน 6 ชั่วโมงเวลาทำการ (9.00-21.00น.)

เมื่อทราบผลแล้วสามารถนัดวันที่กรมที่ดินได้ทันที กลับสู่หน้าหลัก