ฝากขายบ้าน อุดรธานี ที่ควรรู้

ฝากขายบ้าน อุดรธานี

ฝากขายบ้าน อุดรธานี ในบทความก่อนๆพวกเราก็ได้รู้จักเกี่ยวกับเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการ ขายฝาก กันไปบ้างแล้ว สำหรับในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ เราก็บางครั้งก็อาจจะได้รับความเดือดร้อนในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเงินอยู่บ้าง แม้ว่า เรามีความสำคัญจริงๆที่จะจะต้องใช้บริการขายฝาก เราลองมาดูกันว่า การ ขายฝาก มีส่วนดีส่วนเสียยังไง ลองไปติดตามดูกันได้นะครับข้อดีของแนวทางการขายฝากในการ ขายฝาก นั้นพวกเราลองเริ่มกันที่ข้อดี ก่อนเลย ขั้นตอนแรกก็คือ ถ้าพวกเราไม่สามารถไถ่คืนได้ตามช่วงเวลาที่กำหนด เราสามารถขยายคำสัญญาได้นานที่สุด 10 ปี แต่ว่าอย่างไรก็ตามต้องทำความตกลงกับคนซื้อ เพื่อขอขยายกำหนดระยะเวลาสำหรับในการไถ่ นะครับ ประการต่อมาเป็น การขายฝาก เป็นการกระทำภายใต้ของข้อบังคับ มีการลงทะเบียนในกรณีที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ หรือสังหาริมทรัพย์พิเศษ

ดังนั้นแล้วเราก็เลยสามารถมั่นใจว่า สินทรัพย์ของพวกเราจะได้รับความป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายอย่างแน่นอน ข้อดีต่อมาก็คือ ข้อบังคับกำหนด จำนวนเงินที่เป็นสินไถ่จะสูงมากไปกว่าราคาขายฝากรวมกับประโยชน์ทดแทนร้อยละ 15 ต่อปีมิได้ครับข้อด้อยของการ ขายฝากเหรียญย่อมมีสองด้าน เมื่อมีจุดเด่นแล้วย่อมมีข้อเสีย วิธีขายฝาก บางครั้งก็อาจจะกล่าวได้ว่าเป็นการบริการเงินด่วน ฉะนั้นแล้ว ก็ย่อมที่จะมีข้อเสียด้วยเหมือนกัน โดยจุดอ่อนประการแรกเป็น ค่าธรรมเนียมสูงมากมาย และภาระตกอยู่ที่เรา แนวทางการขายฝากจะมีค่าจารีตที่สูงกว่าการจำนองมากมาย

โดยจะต้อง ชำระค่าธรรมเนียมเป็นค่าลงบัญชีขายฝากในอัตราร้อยละ 2 ของราคาประเมินทุนทรัพย์ ตามที่คณะกรรมการกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์กำหนด นอกนั้นยังจำต้องจ่ายภาษีรายได้หักในที่จ่าย แล้วก็อากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากร โดยค่าธรรมเนียมต่างๆที่จำเป็นต้องเสียนี้ส่วนมาก คนซื้อฝาก ก็จะผลักภาระหน้าที่ให้กับคนขายฝากเสียเองทั้งปวง ข้อบกพร่องถัดมาก็คือ ผู้บริโภคอาจจะบากบั่นบ่ายเบี่ยงวิธีขายคืน

ซึ่งเงินบางอย่าง ผู้ซ้อฝากเอง ก็มานะที่จะให้มันหลุด โดยอาจมีการเล่นแง่ เบี่ยงบ่ายที่จะซื้อคืน หายตัวไปบ้าง หรือ ไม่ยอมให้คนขายฝากมาไถ่คืนบ้าง ซึ่งได้โอกาสเป็นไปได้ แต่ว่าข้อบังคับก็ได้กำหนดทางออกไว้ ก็คือสามารถ ให้คุณนำสินไถ่ไปวางในสำนักงานวางสินทรัพย์ข้างในกำหนดเวลาไถ่โดยสละสิทธิถอนทรัพย์ที่ได้วางไว้ และจุดด้วยอีกประการหนึ่งซึ่งสำคัญมาก แล้วก็บางครั้งอาจจะเป็นภาระจำยอมทั้งยังขัดกับข้อบังคับก็คือ

การเสียดอกเบี้ยสูงยิ่งกว่าอัตราที่กฎหมายระบุ ซึ่งข้อบังคับกำหนดไว้จำนวนร้อยละ 15 ต่อปี แต่ว่า จังหวะเป็นไปได้น้อยมาก เนื่องจาก สำหรับนายทุนที่รับซ้อฝากโดยมาก จะมีค่าใช้จ่ายต่างๆสำหรับการหาสมบัติพัสถาน ไม่ว่าจะเป็นค่าปากถุง หรือบางครั้งอาจจะเป็นค่าอื่นๆด้วยเหตุนี้ เราจึงต้องเสียอัตราค่าดอกเบี้ยสูงกว่า ที่ข้อบังคับกำหนดแน่ๆฉะนั้นแล้ว เรื่องเกี่ยวกับการ ขายฝาก เราจำเป็นต้องศึกษาเล่าเรียนรายละเอียดให้รอบคอบก่อน แล้วก็ ควรจะมีความทุกข์ร้อนด้านเงินทองจริงๆรวมทั้งต้องการเงินด่วน แต่ว่าก็อย่าลืมบากบั่นทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปตามกรรม

วิธีการของข้อบังคับขอรับ

1.ฝากขายฝากขาย คือ การเอาของไปฝากผู้ที่รู้จักไหมรู้จักขายให้ เมื่อขายได้ก็แบ่งปันรายได้หรือกำไรกัน

2.ขายฝากขายฝากเป็นการกู้ยืมเงินประเภทหนึ่ง มีกฏหมายรองรับ โดยมีการเอาทรัพย์สินมาขาย(รับประกัน) จำนวนมากนิยมใช้อสังหาริมทรัพย์ (จริงๆตามกฏหมาย สังหาริมทรัพย์ก็ใช้ได้ แต่ไม่ค่อยมีผู้ใดกันทำ มักทำในแบบจำนอง ซึ่งไม่ได้แตกต่างกัน) โดยผู้ขายฝาก(ผู้กู้) นำทรัพย์สินมาขายฝากไว้ให้กับผู้รับขายฝาก(ผู้ให้กู้) ถ้าหากเป็นอสังหาริมทรัพย์ จำต้องไปทำนิติกรรมขายฝากที่ สำนักงานที่ดิน ไม่ใช่ทำคุ้นเคยที่บ้าน จึงจะถูกต้องตามกฏหมาย

3.จำนำเรื่องขายฝาก กับ จำนำ โดยใช้อสังหาริมทรัพย์เป็นตัวกึ่งกลาง มีความเหมือนกันในเรื่องเป็นการกู้ยืมเงิน แต่ก็มีจุดต่างที่สำคัญมากอยู่จุดนึง โน่นเป็น เรื่องกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สมบัติหลายคนอาจรู้จักการจำนองแล้ว หมายคือการที่พวกเรากู้ยืมเงินซื้อบ้านหรือซื้อคอนโดกับธนาคารน่ะล่ะ เรานำบ้านนำคอนโดไปเป็นหลักสมบัติพัสถานค้ำประกันเงินกู้ และผ่อนจ่ายค่างวดกับธนาคารเป็นงวดๆไป ระยะเวลาในการผ่อนยาวๆ10 ปี 20 ปี 30 ปี ก็ว่ากันไป แม้กระนั้นหัวข้อสำคัญเป็นเจ้าของยังเป็นของผู้กู้ ผู้ให้กู้ หรือ ธนาคารเป็นเพียงผู้รับจำนำ ไม่ได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในสมบัติพัสถานที่จำนอง เมื่อผู้กู้ผิดสัญญา ผู้ให้กู้ในฐานะเจ้าหนี้ จำเป็นต้องติดตามทวงถามหนี้กับลูกหนี้ กระทั่งถ้าทวงไม่ไหว

ก็จะทำงานฟ้องต่อศาล เพื่อขอยึดทรัพย์นำไปขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาจ่ายและชำระหนี้ ผ่านแนวทางการของกรมบังคับคดี หากขายทอดตลาดแล้วยังไม่เพียงพอ ก็จะตามกับลูกหนี้ต่อไป หากพอและมีเงินเหลือข้างหลังหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว ก็จะคืนให้กับลูกหนี้ และก็เครดิตลูกหนี้ก็จะเน่าส่วนแนวทางการขายฝาก เรื่องสำคัญเป็น กรรมสิทธิ์ได้ถูกเปลี่ยน ณ วันจดทะเบียนขายฝากเป็นที่เรียบร้อย แต่ยังให้สิทธิ์ผู้ขายฝาก(ผู้กู้) เมื่อถึงกำหนดไถ่คืน(ปกติช่วงเวลาจะสั้นมาก แค่ 1 ปี หากแม้กฏหมายจะให้ทำเป็นถึง 10 ปี) นำเงินมาจ่ายและชำระหนี้

เจ้าของก็จะกลับมาเป็นของผู้ขายฝาก แม้กระนั้นแม้ถึงกำหนดไถ่คืน ผู้ขายฝาก ไม่มาไถ่ถอน ก็จะหมดสิทธิ์ซื้อคืนในราคาไถ่ถอนอีก เจ้าของถูกเปลี่ยนมือโดยไม่มีสิทธิกลับไปเป็นของคนขายฝากอีก โดยผู้รับขายฝาก (ผู้ให้กู้) ไม่ต้องไปทำงานฟ้องร้องคดียึดทรัพย์ขายทอดตลาดอะไรอีก

ขายฝากที่ดิน คืออะไร?สำหรับคนที่อยากมองหาแหล่งเงินทุน และมีทรัพย์สินจำพวกที่ดิน, บ้าน ถือกรรมสิทธิอยู่แล้วนั้น สามารถนำโฉนดที่ดิน ใช้ทำนิติกรรมข้อตกลงวิธีขายฝากอสังหาฯ ได้ซึ่งวงเงินที่กำลังจะได้รับจากวิธีขายฝากนั้น ขึ้นอยู่กับราคาประเมินของสมบัติพัสถาน แล้วก็การตกลงระหว่างผู้ขายฝากและคนรับซื้อฝากขายฝากที่ดินเป็นวิธีการทำนิติกรรมค้าขายอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินจะเป็นของผู้รับซื้อฝากในทันที

แต่ผู้ขายฝากมีสิทธิไถ่ถอนทรัพย์สินนั้นคืนได้ภายในช่วงเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญา โดยธรรมดาช่วงเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี แต่ไม่เกิน 10 ปี โดยในส่วนของผู้ที่รับซื้อฝากนั้น มีสิทธิที่กำลังจะได้รับผลตอบแทนทดแทนจากแนวทางการขายฝากสูงสุด 15% ต่อปี และได้รับเงินจากวิธีขายฝากคืนทันทีหากมีการไถ่ถอนเกิดขึ้นขายฝาก อะไรได้บ้าง?ขายฝากที่ดินขายฝากบ้าน

ข้อดีของการขายฝาก

1. ผู้ขายฝาก ได้โอกาสที่จะได้รับวงเงินจากเงินขายฝากที่สูงกว่าหรือจากที่ตกลงกัน ระหว่างคนขายฝากแล้วก็ผู้รับซื้อฝาก แล้วก็ยังสามารถไถ่ถอนคืนทรัพย์ได้ภายในช่วงระยะเวลาที่กำหนดตามข้อตกลง

2. ผู้รับซื้อฝาก เจ้าของเป็นของคนรับซื้อฝากในทันที กรณีที่คนขายฝากไม่จ่ายหรือไถ่ถอนตามคำสัญญาขายฝาก คนรับซื้อฝาก จะได้รับสินทรัพย์มาโดยตรง ไม่ต้องฟ้องร้องคดีเมื่อมีการผิดนัดใช้หนี้ค่าใช้จ่ายสำหรับการขายฝาก มีอะไรบ้างกรณีวิธีขายฝากที่ดิน, บ้าน นั้น ตามกฏหมยป้องกันอีกทั้งผู้ขายฝากรวมทั้งผู้รับซื้อฝาก ต้องมีการทำความตกลงต่อหน้าต่อตาเจ้าหน้าที่ที่ดินที่ที่ทำการที่ดินแค่นั้น จึงจะถือเป็นการขายฝากที่สมบูรณ์และก็ถูกตามกฏหมาย และก็มีค่าใช้จ่ายที่จะต้องจ่ายในการขายฝาก ซึ่งคนขายฝากและก็คนรับซื้อฝาก ควรจะมีการตกลงกันว่าคนไหนจะเป็นคนรับไม่ถูกชอบค่าใช้จ่าย ซึ่งมีดังนี้ค่าธรรมเนียมการโอน จำนวนร้อยละ 2ค่าอากร ร้อยละ 2.5ภาษีธุรกิจเฉพาะ ร้อยละ 3.3

ข้อตกลงขายฝาก เป็นยังไง? ฝากขายบ้าน อุดรธานี

การตกลง ขายฝากหมายถึงเป็นการทำสัญญาเพื่อกู้ยืมเงินที่ได้รับการอนุญาตเร็วมาก แล้วก็นายทุนที่รับทำมักจะให้วงเงินสูงยิ่งกว่าจำนองออกจะเยอะ และจะไม่ดู Statement ไม่เช็คแบลคลิส และก็เครดิตลูกหนี้โดยเนื้อหาของข้อตกลงแบ่งได้ ดังนี้

– การทำสัญญา ขายฝาก คือ การทำความตกลงกู้ยืม ที่ลูกหนี้จะกระทำขายบ้านให้กับเจ้าหนี้ แต่มีข้อตกลงกันเพิ่มว่า ลูกหนี้สามารถซื้อบ้านคืนได้ตามช่วงเวลาที่ระบุกันไว้ ดังเช่น

“นายสมชาย นำบ้านพร้อมที่ดิน ไปทำ สัญญา ขายฝาก กับ นางสมหญิงโดยการทำคำสัญญาเป็นระยะเวลา 1 ปี”ความหมายเป็น นายสมชาย ทำขายบ้านพร้อมที่ดินให้กับ นางสมหญิง โดยถ้าเกิดภายใน 1 ปีหลังลงลายลักษณ์อักษร ถ้าหากนายสมชายปรารถนาซื้อบ้านคืน นางสมหญิงควรต้องทำขายให้โดยไม่มีข้องดเว้น ถ้าพ้น 1 ปีไปแล้ว บ้านพร้อมที่ดินนี้ใกล้จะถึงกลายเป็นกรรมสิทธิ์ของ นางสมหญิง โดยบริบูรณ์

– การ ทำสัญญา ขายฝาก สามารถลงนามได้สูงสุด 10 ปี

– แม้ครบสัญญาแล้ว คนขายบ้านยังไม่พร้อมไถ่คืน สามารถขอต่อสัญญาได้ไม่กำหนดปริมาณครั้ง รวมทั้งสามารถขอต่อสัญญาเพิ่มได้นานสูงสุด 10 ปี ดังเช่น ลงลายลักษณ์อักษรกันไว้ 1 ปี คนขายฝากสามารถขอต่อสัญญา เพิ่มได้อีก 9 ปี

– สัญญา ขายฝาก อสังหาริมทรัพย์ จำเป็นต้องลงนาม ณ กรมที่ดิน ต่อหน้าข้าราชการเท่านั้น

– อสังหาริมทรัพย์ ทุกประเภทสามารถ เอามา ขายฝากได้ ได้แก่ บ้าน ที่ดิน อพาร์ทเมนท์ คอนโด ฯลฯดอก ขายฝาก คิดอย่างไร ?ตามกฎหมายแล้วจะใช้คำว่า สินไถ่ หรือราคาซื้อคืน จะต้องกำหนดไว้ตั้งแต่ทำข้อตกลงในกรมที่ดิน เยอะแค่ไหนก็ได้ตามแต่จะตกลงกัน แต่จำเป็นจะต้องไม่เกินราคาขายฝาก + ผลตอบแทนทดแทนร้อยละ 15 ต่อปี เช่น

“นายสมชาย นำบ้านพร้อมที่ดิน ไปทำ ข้อตกลงขายฝาก ไว้กับ นางสมหญิง โดยทำคำสัญญาเป็นระยะเวลา 1 ปี ราคาขายฝากที่ 100,000 บาท มีความหมายว่าเมื่อครบ 1 ปี ราคาไถ่คืนรวมแล้วจะต้องไม่เกิน 115,000 บาท”ขณะที่กำลังทำขายฝาก บ้าน ที่ดินพวกเราจะปลอดภัยหรือเปล่า ?สำหรับคนขายฝาก ที่ไม่สบายใจว่าระหว่างที่อยู่ในสัญญา ผู้รับซื้อฝากจะนำบ้านของท่านไปขายต่อนั้น ขอบกล่าวว่าไม่ต้องเป็นกังวล เพราะตามข้อตกลงขายฝากแล้ว คนรับซื้อฝากจะห้ามนำ บ้าน ที่ดิน ที่อยู่ในข้อตกลงไปขาย หรือโอนไปให้บุคคลอื่นเด็ดขาด! นอกจากจะขายคืนให้คนขายฝากเท่านั้นแล้วถ้าผู้ซื้อฝากฝ่าฝืน นำบ้าน ที่ดินนี้ไปขาย ถ้าเกิดในกรณีนี้ผู้ขายฝาก สามารถเรียกค่าชดใช้ได้เต็มปริมาณราคาขายฝาก

สมมุติว่า ลงลายลักษณ์อักษรกันไว้ที่ 100,000 บาท ก็สามารถเรียกร้องเงินคืนได้ 100,000 บาทเมื่อครบคำสัญญา ติดต่อนักลงทุน ไม่ได้จะทำเช่นไร ?สำหรับผู้รับซื้อฝาก บางคน ซึ่งเป็นนายทุนแย่ๆเล่นตุกติกกับคนขายฝาก ครบคำสัญญา ไถ่คืนแล้วหนีหาย ติดต่อไม่ได้ ณ จุดนี้คนขายฝากไม่ต้องกังวล ด้วยเหตุว่าท่านสามารถไปชำระเงินไถ่ถอนได้ที่ ที่ทำการวางทรัพย์ ซึ่งจะมีผลให้สมบัติพัสถานที่ขายฝากกลับมาเป็นเจ้าของของท่านได้ทันทีซึ่งที่ทำการวางสินทรัพย์ สามารถติดต่อได้ที่ สำนักงานวางสมบัติพัสถานกลาง กรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม เลขที่ 189/1 ถนนหนทางบางขุนความรื่นเริง แขวงบางขุนความสนุก จังหวัดกรุงเทพมหานคร โทร.02-8875142 – 4

– ส่วนภูมิภาค ติดต่อที่ที่ทำการบังคับคดีและวางสินทรัพย์ภูมิภาค หรือประจำศาล

– ในจังหวัดที่ไม่มีที่ทำการบังคับคดีรวมทั้งวางทรัพย์สมบัติภูมิภาค หรือประจำศาลตั้งอยู่ ให้ไปติดต่อกับจ่าศาลของศาลนั้นๆเพื่อจัดส่งแก่สำนักงานบังคับคดีรวมทั้งวางทรัพย์สมบัติภูมิภาคดำเนินงานข้อควรคำนึง สำหรับเพื่อการลงนามขายฝาก ?ก่อนทำข้อตกลง ควรจะคุยรายละเอียดเรื่องข้อตกลงเป็นต้นว่า วงเงิน, ดอก, การหักดอก, วันทำสัญญา กันอย่างระมัดระวังให้เข้าใจตรงกัน คุยเผื่อในระยะยาวเรื่องการต่อสัญญา ว่าสามารถทำได้ไหม จ่ายเงินต้นเพื่อลดดอกได้หรือไม่ เพื่อความไม่กังวลใจกันทั้งสองฝ่ายสำหรับเรื่องราวของการขายฝาก ยังมีหัวข้อที่น่าสนใจ ควรจะเรียนรู้เพิ่มเติมจำนวนมาก ทางเราจะมาสรุปให้อ่านในครั้งต่อไป

ขายฝาก สามารถ add line @moneyhomeloan

เพื่อส่งเอกสารให้ทางเจ้าหน้าที่ประเมินได้ฟรีไม่เสียค่าใช้จ่ายโดยแนบเอกสารให้ครบถ้วนดังต่อไปนี้

  1. รูปถ่ายหน้าและหลังโฉนด
  2. รูปถ่ายทรัพย์สินทั้งภายในและภายนอก
  3. วงเงินที่ต้องการ
  4. ชื่อและเบอร์โทรติดต่อกลับ

ทาง HomeLoan ใช้ระยะเวลาในการประเมินภายใน 6 ชั่วโมงเวลาทำการ (9.00-21.00น.)

เมื่อทราบผลแล้วสามารถนัดวันที่กรมที่ดินได้ทันที กลับสู่หน้าหลัก