พร บ ขายฝาก คืออะไร

พร บ ขายฝาก

พร บ ขายฝาก  พ.ร.บ.ป้องกันสามัญชนสำหรับการทำข้อตกลงขายฝากที่ดินเพื่อทำการเกษตรหรือที่อยู่อาศัยพ.ศ. ๒๕๖๒สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงแขนที่บดินทรเทวดายวรางเรารมีพระราชวโรงการโปรดเกล้าฯให้ประกาศว่าโดยที่เป็นการสมควรมีข้อบังคับเกี่ยวกับการปกป้องคุ้มครองประชากรในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่พักอาศัยพระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิแล้วก็ความอิสระของบุคคลซึ่งมาตรา๒๖ประกอบกับมาตรา๓๗ของรัฐธรรมนูญที่อาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติที่ข้อบังคับเหตุผลแล้วก็สิ่งที่จำเป็นสำหรับการจำกัดสิทธิและก็เสรีภาพของบุคคลตามพ.ร.บ.นี้เพื่อป้องกันผู้ขายฝากที่ดิน

เพื่อทำการเกษตรและที่พักอาศัยให้ได้รับความยุติธรรมจากการทำธุรกรรมดังที่กล่าวถึงมาแล้วซึ่งการตราพระราชบัญญัตินี้สอดคล้องกับข้อจำกัดที่กำหนดไว้ในมาตรา๒๖ของรัฐธรรมนูญที่แว่นแคว้นไทยแล้วจึงทรงพระขอความกรุณาปรานีโปรดเกล้าฯให้ตราพ.ร.บ.ขึ้นไว้โดยคำแนะที่นารวมทั้งยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่สภานิติบัญญัติดังนี้มาตรา๑พ.ร.บ.นี้เรียกว่า“พระราชบัญญัติคุ้มครองปกป้องสามัญชนสำหรับในการลงนามขายฝากที่ดินเพื่อทำการเกษตรหรือที่อยู่ที่อาศัยพุทธศักราช ๒๕๖๒”มาตรา๒พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันต่อจากวันประกาศ

ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปเว้นแต่ว่าบทบัญญัติในมาตรา๑๘ในส่วนที่กำหนดให้วางสินทรัพย์อันเป็นสินไถ่ต่อที่ทำการที่ดินจังหวัดหรือสำนักงานที่ดินที่รับลงทะเบียนแนวทางการขายฝากให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกาครั้งดหนึ่งร้อยแปดสิบวัน นับจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษามาตรา๓ให้ยกเลิกมาตรา๑๙แห่งพระราชบัญญัติปรับปรุงเพิ่มประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่๔) พ.ศ. ๒๕๒๘ และก็ให้โอนหน้าที่รวมทั้งอำนาจของหัวหน้าเขตนายอำเภอหรือปลัดอำเภอ ผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอซึ่งมีอยู่ตามประมวลกฎหมายที่ดินก่อนวันที่พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม

ประมวลกฎหมายที่ดิน(ฉบับที่๔) พ.ศ. ๒๕๒๘ใช้บังคับไปเป็นหน้าที่แล้วก็อำนาจของเจ้าหน้าที่รัฐขึ้นอยู่กับกรมที่ดินที่ปฏิบัติภารกิจที่อำเภอจากที่อธิบดีกรมที่ดินระบุมาตรา๔ในพระราชบัญญัตินี้ “ขายฝาก” หมายความว่าขายฝากที่ดินเพื่อทำการเกษตรหรือที่อยู่อาศัย “ผู้ขายฝาก” แสดงว่าบุคคลปกติซึ่งเป็นผู้ขายตามสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัยหรือผู้รับโอนสิทธิในการไถ่เงินทองท“คนซื้อฝาก” แปลว่าคนซื้อตามสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่พักอาศัยหรือทายาทของผู้บริโภคฝากเดิมหรือผู้รับโอนทรัพย์สินที่ขายฝากสุดแท้แต่กรณี“เกษตรกรรม”

หมายความว่าทำการเกษตรโดยชอบด้วยกฎหมายเกี่ยวกับการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม“ที่อยู่ที่อาศัย” หมายความว่าอาคารหรือสิ่งก่อสร้างรวมทั้งหรือที่ดินที่ใช้เป็นที่พักอาศัยหร ที่เกี่ยวข้องกับการพักอาศัยหรือเพื่อผลดีในการอาศัยไม่ว่าจะได้ใช้เป็นสถานที่ประกอบกิจการงานด้วยหรือไม่ก็ตามมาตรา๕ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้มาตรา๖แนวทางการขายฝากที่ดินเพื่อทำการเกษตรหรือแนวทางการขายฝากที่อยู่ที่อาศัยซึ่งผู้ขายฝากเป็นบุคคลธรรมดาให้ใช้บังคับตามพระราชบัญญัตินี้นอกจากการใดที่มิได้บัญญัติไว้เป็นการเฉพาะหรือกำหนดไว้เป็นประการอื่นในพ.ร.บ.

นี้ให้นำบทบัญญัติที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้บังคับโดยผ่อนปรนไม่ว่าในสัญญาขายฝากจะกำหนดไว้เป็นอย่างใดหรือมีกติกาเป็นอย่างไรและไม่ว่าบุคลากรข้าราชการจะเจาะจงไว้ภายในสารบาญสำหรับลงบัญชีว่าเป็นการขายฝากที่ดินเพื่อทำการเกษตรหรือวิธีขายฝากที่พักที่อาศัยหรือไม่ก็ตามถ้าเกิดตามข้อพิสูจน์ในเวลาที่ขายฝากปรากฏว่าที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ขายฝากเป็นที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือมีเป้าประสงค์

เพื่อใช้เป็นที่พักที่อาศัยตามพระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตามพ.ร.บ.นี้ข้อตกลงใดที่ขัดหรือแย้งกับพ.ร.บ.นี้ไม่ว่าจะมีอยู่ในสัญญาขายฝากหรือทำเป็นข้อตกลงต่างหากให้กติกานั้นเป็นโมฆะมาตรา๗แนวทางการขายฝากถ้ามิได้ทำเป็นหนังสือและก็ลงบัญชีต่อบุคลากรเจ้าหน้าเจ้าตาคราวเป็นโมฆะสำหรับในการขึ้นทะเบียนของบุคลากรข้าราชการให้บุคลากรเจ้าหน้าที่เจาะจงไว้ในสารบาญสำหรับลงบัญชีให้เด่นชัดว่าเป็นการขาย

สรุปสาระสำคัญข้อบังคับใหม่หัวข้อการขายฝากเบื้องต้น

– กฎหมายชื่อว่า พ.ร.บ.คุ้มครองพสกนิกรสำหรับการทำข้อตกลงขายฝากที่ดินเพื่อทำการเกษตรหรือที่พักอาศัย พุทธศักราช 2562

– ใช้บังคับแล้ว ยกเว้นหัวข้อการวางสินทรัพย์ ใช้บังคับอีก 180 วัน

– ข้อตกลงใดที่ขัดหรือคัดค้านกับกฎหมายนี้ เป็นโมฆะ

– แนวทางการขายฝากที่ดินเพื่อทำการเกษตรหรือที่อยู่อาศัย จำต้องทำเป็นหนังสือและก็ลงบัญชีต่อเจ้าหน้าที่ ไม่อย่างนั้นเป็นโมฆะ

– เรียกดอกได้ไม่เกิน 15% ต่อปี

– คำสัญญาขั้นต่ำ 1 ปี แม้กระนั้นไม่เกิน 10 ปี

– คนขายขอไถ่ก่อนได้ โดยได้ลดตามส่วนของระยะเวลาไถ่ที่ลดน้อยลง แม้กระนั้นคนซื้อเรียกค่าเสียโอกาสได้ไม่เกิน 2%ต่อปี

– ถ้าเกิดผู้บริโภคไม่รับไถ่ ผู้ขายไปวางทรัพย์ได้ที่ที่ทำการวางทรัพย์สมบัติหรือที่ทำการที่ดินจังหวัด หรือสำนักงานที่ดินที่ ลงทะเบียน

– ก่อนครบกำหนด 3-6 เดือน ผู้บริโภคจะต้องแจ้งเป็นหนังสือสมัครสมาชิกให้คนขายฝากรู้

– กฎหมายใหม่ ไม่มีผลต่อสัญญาที่ทำที่ผ่านมา ยกเว้น กรณีเมื่อครบกำหนดสัญญา ผู้ซื้อจำต้องแจ้งเป็นหนังสือสมัครสมาชิกตอบรับดังที่กล่าวมาพ.ร.บ.คุ้มครองปกป้องประชากรสำหรับเพื่อการทำข้อตกลงขายฝากที่ดินเพื่อทำการเกษตรหรือที่อยู่อาศัยพุทธศักราช2562เมื่อวันที่16เม.ย.ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่พ.ร.บ.(พ.ร.บ.)ป้องกันประชากรสำหรับในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อทำการเกษตรหรือที่พักอาศัยพุทธศักราช2562

ความว่าสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงแขนณบดินทรเทวดายวรางกูรมีพระราชวโรงการโปรดเกล้าฯให้ประกาศว่าโดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายกล่าวถึงการคุ้มครองพลเมืองสำหรับการทำข้อตกลงขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่พักที่อาศัยโดยมีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและความอิสระของบุคคลซึ่งมาตรา26ประกอบกับมาตรา37ของรัฐธรรมนูญที่ราชอาณาจักรไทยข้อบังคับให้ทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งข้อบังคับเหตุผลแล้วก็สิ่งที่จำเป็นสำหรับการจำกัดสิทธิรวมทั้งเสรีภาพของบุคคลตามพ.ร.บ.นี้เพื่อคุ้มครองป้องกันผู้ขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

แล้วก็ที่พักที่อาศัยให้ได้รับความชอบธรรมจากวิธีการทำธุรกรรมดังที่กล่าวมาข้างต้นดังนี้ให้โอนหน้าที่แล้วก็อำนาจของหัวหน้าเขตนายอำเภอหรือปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอซึ่งมีอยู่ตามประมวลกฎหมายที่ดินก่อนวันที่พระราชบัญญัติปรับปรุงแก้ไขเพิ่มอีกประมวลกฎหมายที่ดิน(ฉบับที่4)พุทธศักราช2528ใช้บังคับไปเป็นหน้าที่และอำนาจของเจ้าหน้าที่รัฐสังกัดกรมที่ดินที่ทำหน้าที่ที่อำเภอจากที่อธิบดีกรมที่ดินระบุดังนี้ตามมาตรา6แนวทางการขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือแนวทางการขายฝากที่พักอาศัยซึ่งผู้ขายฝากเป็นบุคคลปกติให้ใช้บังคับตามพระราชบัญญัตินี้

เว้นแต่ว่าการใดที่มิได้กำหนดไว้เป็นการเฉพาะหรือบัญญัติไว้เป็นประการอื่นในพ.ร.บ.นี้ให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้บังคับโดยผ่อนปรนไม่ว่าในคำสัญญาขายฝากจะกำหนดไว้เป็นประการใดหรือมีข้อตกลงเป็นอย่างใดและไม่ว่าบุคลากรข้าราชการจะระบุเอาไว้ในสารบัญสำหรับลงทะเบียนว่าเป็นการขายฝากที่ดินเพื่อทำการเกษตรหรือวิธีขายฝากที่พักที่อาศัยหรือไม่ก็ตามหากตามความจริงในตอนที่ขายฝากปรากฏว่าที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ขายฝากเป็นที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือมีจุดมุ่งหมายเพื่อใช้เป็นที่พักที่อาศัยตามพ.ร.บ.นี้ให้ใช้บังคับตามพระราชบัญญัตินี้ข้อตกลงใด

ที่ขัดหรือถกเถียงกับพ.ร.บ.นี้ไม่ว่าจะมีอยู่ในข้อตกลงขายฝากหรือทำเป็นข้อตกลงต่างหากให้ข้อตกลงนั้นเป็นโมฆะโดยตามมายี่ห้อ18คนขายฝากมีสิทธิไถ่เงินที่ขายฝากภายในช่วงระยะเวลาที่กำหนดไว้ในข้อตกลงหรือภายในช่วงระยะเวลาที่กำหนดในพ.ร.บ.นี้โดยบางทีอาจจ่ายสินไถ่ให้แก่ผู้บริโภคฝากหรือวางทรัพย์อันเป็นสินไถ่ต่อที่ทำการวางทรัพย์สินหรือสำนักงานที่ดินจังหวัดหรือที่ทำการที่ดินที่รับลงทะเบียนวิธีขายฝากส่วนในกรณีที่คนขายฝากไม่บางที

อาจใช้สิทธิไถ่กับผู้ซื้อฝากได้ไม่ว่าด้วยเหตุใดอันไม่ใช่เป็นความผิดของผู้ขายฝากให้คนขายฝากมีสิทธิวางทรัพย์อันเป็นสินไถ่ต่อที่ทำการวางสมบัติพัสถานหรือที่ทำการที่ดินจังหวัดหรือที่ทำการที่ดินที่รับขึ้นทะเบียนวิธีขายฝากสินทรัพย์นั้นได้ด้านในสามสิบวันนับตั้งแต่วันถึงกำหนดเวลาไถ่หรือนับแต่วันที่เหตุที่ทำให้ไม่บางทีอาจใช้สิทธิไถ่ดังที่กล่าวถึงมาแล้วได้สิ้นสุดลงแล้วแต่กรณีและให้จัดว่าคนขายฝากได้ไถ่สินทรัพย์ที่ขายฝากตามที่ได้กำหนดเวลาไถ่แล้วโดยสำหรับเพื่อการขายฝากที่ดินเพื่อทำการเกษตรรวมทั้งที่อยู่ที่อาศัยซ

หมวด๒สิทธิแล้วก็หน้าที่ของคนขายฝากและก็คนซื้อฝากมาตรา๑๒ พร บ ขายฝาก

ภายใต้บังคับมาตรา๑๓คนขายฝากมีสิทธิครอบครองใช้สอยและถือเอาซึ่งผลดีจากสินทรัพย์ที่ขายฝากเพื่อประโยชน์สำหรับเพื่อการประกอบเกษตรกรรมหรือใช้เป็นที่พักที่อาศัยจนกระทั่งวันที่หมดสิทธิสำหรับเพื่อการไถ่ดังนี้โดยไม่ต้องจ่ายค่าจ้างให้แก่ผู้บริโภคฝากในการนี้ให้ดอกผลที่งอกจากสินทรัพย์ที่ขายฝากในระหว่างวิธีขายฝากตกเป็นของผู้ขายฝากคนขายฝากจะต้องรักษาและก็สงวนสินทรัพย์ที่ขายฝากอย่างผู้รู้ชนควรจะรักษาหรือสงวนทรัพย์สินของตนเองมาตรา๑๓ในกรณีที่ในวันที่ขายฝากผู้ขายฝากได้ให้บุคคลอื่นใช้ประโยชน์ในเงินที่ขายฝากเพื่อประกอบทำการเกษตร

หรือใช้เป็นที่พักที่อาศัยอยู่แล้วการขายฝากย่อมไม่กระทบต่อสิทธิของผู้ใช้ผลดีในสินทรัพย์ดังที่กล่าวถึงแล้วแล้วก็ให้ค่าตอบแทนที่ได้รับเป็นของคนขายฝากในระหว่างการขายฝากคู่สัญญาอาจตกลงกันเป็นหนังสือให้ผู้ขายฝากมีสิทธินำทรัพย์สินที่ขายฝากให้บุคคลอื่นใช้ประโยชน์เพื่อประกอบทำการเกษตรหรือใช้เป็นที่อยู่ที่อาศัยโดยจะกำหนดให้ค่าจ้างเป็นของคนขายฝากหรือคนซื้อฝากก็ได้ถ้ามิได้มีการตกลงกันดังที่กล่าวผ่านมาแล้วคนขายฝากมีสิทธิให้บุคคลอื่นใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินเพื่อประกอบทำการเกษตรหรือใช้เป็นที่อยู่อาศัยได้และก็ให้ค่าตอบแทนที่ได้รับเป็นของ

ผู้ซื้อฝากแม้กระนั้นไม่ว่ากรณีจะเป็นอย่างใดสิทธิของบุคคลอื่นดังกล่าวให้สิ้นสุดลงเมื่อเลยกำหนดเวลาไถ่และไม่มีการไถ่ทรัพย์สินที่ขายฝากทั้งนี้ให้นำความลับมาตรา๑๒วรรคสองมาใช้บังคับกับคนขายฝากแล้วก็ผู้ใช้คุณประโยชน์ในทรัพย์สินดังที่กล่าวถึงแล้วด้วยโดยอนุโลมมาตรา๑๔สิทธิสำหรับการไถ่สินทรัพย์อาจโอนกันโดยทางนิติกรรมหรือสืบทอดแก่ผู้สืบสกุลได้ผู้รับโอนย่อมรับโอนไปทั้งยังสิทธิแล้วก็หน้าที่ทั้งหมดมาตรา๑๕สิทธิสำหรับการไถ่สินทรัพย์จะพึงใช้ได้ต่อผู้ซื้อฝากเดิมผู้สืบสกุลของผู้ซื้อฝากเดิมหรือคนรับโอนเงินทองที่ขายฝากสุดแต่กรณีมาตรา๑๖ก่อนเลยกำหนดเวลาไถ่ผู้ซื้อฝากจำต้องไม่ก่อภาระหน้าที่อะไรก็ตามเหนือ

สินทรัพย์ที่ขายฝากอันบางทีอาจกระทบสิทธิของผู้ขายฝากตามพ.ร.บ.นี้มาตรา๑๗ก่อนวันครบกำหนดเวลาไถ่ไม่น้อยกว่าสามเดือนแต่ว่าไม่เกินกว่าหกเดือนให้ผู้บริโภคฝากแจ้งเป็นหนังสือส่งทางไปรษณีย์สมัครสมาชิกตอบรับไปยังคนขายฝากเพื่อคนขายฝากทราบตั้งเวลาไถ่รวมทั้งปริมาณสินไถ่พร้อมด้วยแนบสำเนาสัญญาขายฝากไปด้วยในกรณีที่ผู้แจ้งมิใช่ผู้ซื้อฝากเดิมจะต้องแจ้งไปเพราะคนขายฝากจะต้องไถ่กับใครกันแน่และก็สถานที่ที่จะจะต้องจ่ายสินไถ่ในเรื่องที่ผู้บริโภคฝากไม่ได้ดาเนินการแจ้งเป็นหนังสือไปยังคนขายฝากภายในเวลาที่กำหนดตามวรรคหนึ่ง

หรือมิได้ส่งสำเนาคำสัญญาขายฝากไปด้วยให้คนขายฝากมีสิทธิไถ่ทรัพย์สินที่ขายฝากได้ภายในหกเดือนนับตั้งแต่วันครบกาหนดไถ่ที่กำหนดเอาไว้ภายในคำสัญญาขายฝากโดยคนขายฝากมีหน้าที่ชำระสินไถ่ตามจานวนที่กำหนดไว้ในสัญญามาตรา๑๘ผู้ขายฝากมีสิทธิไถ่เงินที่ขายฝากภายในช่วงเวลาที่กำหนดไว้ในข้อตกลงหรือภายในช่วงเวลาที่กาครั้งดในพ.ร.บ.นี้โดยอาจชำระสินไถ่ให้แก่คนซื้อฝากหรือวางทรัพย์สินอันเป็นสินไถ่ต่อสำนักงานวางทรัพย์หรือที่ทำการที่ดินจังหวัดหรือที่ทำการที่ดินที่รับขึ้นทะเบียนการขายฝากสินทรัพย์นั้นโดยสละสิทธิถอนสมบัติพัสถานที่

ได้วางไว้ในเรื่องที่คนขายฝากไม่อาจใช้สิทธิไถ่กับผู้ซื้อฝากได้ไม่ว่าด้วยเหตุใดอันไม่ใช่เป็นความผิดของคนขายฝากให้คนขายฝากมีสิทธิวางสินทรัพย์อันเป็นสินไถ่ต่อสานักงานวางทรัพย์สินหรือที่ทำการที่ดินจังหวัดหรือที่ทำการที่ดินที่รับลงทะเบียนวิธีขายฝากเงินนั้นได้ภายในสามสิบวันนับแต่วันถึงเวลาเวลาไถ่

หรือนับจากวันที่เหตุที่ทาให้ไม่บางทีอาจใช้สิทธิไถ่ดังที่กล่าวถึงมาแล้วได้สิ้นสุดลงสุดแท้แต่กรณีและก็ให้ถือว่าผู้ขายฝากได้ไถ่ทรัพย์สินที่ขายฝากตามกาครั้งดเวลาไถ่แล้วให้เงินที่ขายฝากตกเป็นกรรมสิทธิ์ของคนขายฝากตั้งแต่ในเวลาที่คนขายฝากได้ชาระสินไถ่หรือวางทรัพย์สมบัติอันเป็นสินไถ่สุดแท้แต่กรณีในเรื่องที่ได้วางทรัพย์ตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสองให้เจ้าหน้าที่ของที่ทำการวางทรัพย์สมบัติหรือสำนักงานที่ดินสุดแต่กรณีมีบทบาทแจ้งเป็นหนังสือส่งทางไปรษณีย์สมัครสมาชิกตอบรับให้ผู้บริโภคฝากทราบถึงการวางทรัพย์สมบัติโดยฉับพลันโดยผู้ขายฝาก

อบต.คลองกวาง : พระราชบัญญัติคุ้มครองป้องกันสามัญชนสำหรับในการลงนามขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่พักที่อาศัย พ.ศ. ๒๕๖๒

18 ม.ย. 2562พ.ร.บ.คุ้มครองป้องกันประชาชนสำหรับในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อทำการเกษตรหรือที่อยู่อาศัย พุทธศักราช ๒๕๖๒

สาระสำคัญ

– ใช้บังคับกับวิธีขายฝากที่ดินเพื่อทำการเกษตรหรือที่พักที่อาศัย

– ผู้ขายฝากควรจะเป็นบุคคลปกติแค่นั้น

– การขายฝากต้องทำเป็นหนังสือและลงทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่

– กำหนดให้หนังสือสัญญาขายฝากจะต้องมีรายการอย่างต่ำ ดังต่อไปนี้

1. ชื่อและก็ที่อยู่ของคู่สัญญา

2. รายการและก็ลักษณะแห่งเงินทองที่ขายฝาก

3. ราคาที่ขายฝาก

4. ปริมาณสินไถ่ (คำนวณเป็นดอกสูงสุดจำต้องไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปี)

5. วันที่ขายฝากแล้วก็ระบุวันที่ครบกำหนดไถ่

– สัญญาซื้อขายที่ดินที่มีเงื่อนจะขายคืน มีคำสัญญาว่าจะขาย หรือมีสัญญาจะขายคืน หรือข้อแม้ลักษณะเดียวกันให้ถือว่าข้อตกลงขายฝากตาม พรบ นี้

– มีตั้งเวลาไถ่น้อยกว่า 1 ปี หรือเกิน 10 ปีไม่ได้ (ถ้าเกิดต่ำหรือเกินให้จัดว่ามีระบุ 1 ปี หรือ 10 ปี)

– คนขายฝากมีสิทธิไถ่สินทรัพย์ก่อนถึงกำหนดเวลาไถ่ได้

– คดีที่มีข้อโต้เถียงเกี่ยวกับแนวทางการขายฝากเป็นคดีความคนซื้อ + คนขายฝากเป็นผู้ใช้

พ.ร.บ. ป้องกันสามัญชนสำหรับในการทำข้อตกลงขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่พักที่อาศัย พุทธศักราช ๒๕๖๒ มีผลบังคับใช้แล้ว ตั้งแต่วันที่ ๑๗ เดือนเมษายน ๒๕๖๒ เป็นต้นไปจากที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติได้พินิจเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองประชากรสำหรับการลงนามขายฝากที่ดินเพื่อทำการเกษตรหรือที่พักที่อาศัย

พุทธศักราช ๒๕๖๒ แล้วก็ประกาศใช้เป็นข้อบังคับแล้วนั้น ส่งผลให้มีการโอนหน้าที่รวมทั้งอำนาจของหัวหน้าเขต นายอำเภอ หรือปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอ ไปเป็นหน้าที่แล้วก็อำนาจของเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด แล้วก็เจ้าหน้าที่ที่ดินจังหวัดสาขา เมื่อวันที่๑๗ เดือนเมษายน ๒๕๖๒ เป็นต้นไปโดยเหตุนี้ ราษฎรที่มีหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน จำพวก นางสาว 3 ก.และก็ นางสาว 3 แม้ต้องการจะขอดำเนินการออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน (โฉนดที่ดิน)

รังวัดที่ดิน ขึ้นทะเบียนสิทธิรวมทั้งนิติกรรม หรือธุรกรรมอื่นใด ตลอดจนการปฏิบัติการอะไรก็ตามเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ สามารถขอรับบริการได้ ณ พื้นที่ความรับผิดชอบของที่ทำการที่ดินจังหวัด หรือที่ทำการที่ดินจังหวัดสาขาท้องที่ซึ่งที่ดินตั้งอยู่ต้องการทราบรายละเอียดอื่นๆเกี่ยวกับการขายฝากสำหรับคนขายฝาก รวมทั้งผู้ซื้อฝากตามพระราชบัญญัติคุ้มครองปกป้องประชากรในการทำความตกลงขายฝากที่ดินเพื่อทำการเกษตรหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. ๒๕๖๒รวมทั้งพื้นที่ความรับผิดชอบของที่ทำการที่ดินจังหวัดหรือที่ทำการที่ดินจังหวัดสาขาสามารถดูพอดีเว็บกรมที่ดิน

พระราชบัญญัติปกป้องสามัญชนในการลงนามขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2562 ยี่ห้อขึ้นเนื่องมาจาก บทบัญญัติว่าด้วยแนวทางการขายฝากตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ อยู่ภายใต้หลักของความศักดิ์สิทธิ์แล้วก็ความอิสระในการบอกเจตนาระหว่างคู่สัญญาซึ่งเป็นเอกชนที่มีสถานะเสมอภาค แต่ว่าสำหรับการขายฝากที่ดินเพื่อทำการเกษตรและที่อยู่ที่อาศัย ซึ่งเป็นเครื่องมือในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของพสกนิกรจำนวนไม่น้อย ปรากฏว่าคนขายฝากมีอำนาจต่อรองน้อยกว่าผู้บริโภคฝาก สาเหตุจากสถานะทางด้านเศรษฐกิจที่ไม่เหมือนกัน

แล้วก็คนขายฝากอาจได้รับความเดือดร้อนจากการสูญเสียที่ทำมาหากินหรือที่พักที่อาศัย เหมาะสมกำหนดให้มีการควบคุมสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อทำการเกษตรและก็ที่พักที่อาศัย รวมทั้งการดูแลด้านความสะดวกสบายแก่ราษฎรสำหรับการวางทรัพย์อันเป็นสินไถ่ โดยกำหนดให้ผู้ขายฝากสามารถดำเนินงานพอดีที่ทำการที่ดินจังหวัดหรือที่ทำการที่ดินที่รับจดทะเบียนการขายฝาก แล้วก็ให้ข้าราชการสังกัดกรมที่ดินซึ่งทำหน้าที่ที่อำเภอมีบทบาทรวมทั้งอำนาจรับการวางทรัพย์สินได้ด้วย

ทั้งนี้ เพื่อกำจัดความแตกต่างรวมทั้งสร้างเสริมความเป็นธรรมในสังคมสรุปหลักสำคัญกฎหมายใหม่ดังต่อไปนี้สัญญาจะต้องถูกตรวจทานจากเจ้าหน้าที่ก่อน กฎหมายระบุให้การทำสัญญาขายฝากและการปรับปรุงกติกาทุกหนจำเป็นต้องระบุเนื้อหาครบบริบรูณ์ และก็จำเป็นต้องถูกตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่ที่ดินก่อนจึงจะสามารถลงทะเบียนได้ห้ามลงลายลักษณ์อักษรขายฝากต่ำลงมากยิ่งกว่า 1 ปี กำหนดเวลาไถ่ถอนควรจะมีช่วงเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี สูงสุดไม่เกิน 10 ปี (ของเดิมนิยมลงนามกันเพียงแต่ 3-4 เดือน และก็หลังจากนั้นจึงค่อยทำใหม่เป็นครั้งๆไป) ภาครัฐบอกเหตุผลว่าที่ต้องกำหนดเช่นนี้เพื่อให้สอดคล้องกับระยะเวลาเก็บเกี่ยวพืชผลการกสิกรรมที่ใช้ช่วงเวลาราว 1 ปีสินไถ่รวมดอกเบี้ยจำต้องไม่เกิน 15% ต่อปี

เจ้าหนี้จะแอบไปลงลายลักษณ์อักษรต่างหากให้ลูกหนี้เสียค่าธรรมเนียมโน่น เสียค่าใช้จ่ายนี่ เพื่อให้ดอกรวมกันเกิน 15% มิได้ จะสำเร็จให้ดอกเบี้ยทั้งหมดทั้งปวงเป็นโมฆะโดยทันที ไม่ใช่เป็นโมฆะเฉพาะส่วนที่เรียกเกินอัตรา เจ้าหนี้จำเป็นต้องแจ้งวันไถ่ถอนและจำนวนสินไถ่เป็นหนังสือก่อนไถ่ถอน 3-6 เดือน ถ้าไม่ยินยอมแจ้งก็จะถูกลงโทษ

โดยให้นับว่าระบุไถ่ถอนหรือระบุจ่ายและชำระหนี้คืนขยายออกไปอีก 6 เดือนโดยอัตโนมัติเลือกไถ่คืนที่ไหนก็ได้ลูกหนี้มีสิทธินำสินไถ่ไปวางที่สำนักงานที่ดินจังหวัดใดก็ได้ ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นสำนักงานที่ดินที่ขึ้นทะเบียนขายฝาก หรือจะวางสินไถ่ไว้ที่สำนักงานสินทรัพย์จังหวัดดังเดิมไถ่คืนล่วงหน้าได้รวมทั้งได้ลดดอกให้สิทธิลูกหนี้คนขายฝากนำสินไถ่มาใช้หนี้ล่วงหน้าก่อนถึงวันระบุไถ่ถอนได้ โดยได้สิทธิลดต้นลดดอก ข้างเจ้าหนี้หรือผู้ซื้อฝากจะคิดว่าปรับได้คล้ายๆกับแบงค์ เป็นค่าพลาดโอกาสที่จะได้ดอกเบี้ย แม้กระนั้นค่าเสียหายจะต้องไม่เกิน 2% ของเงินต้น

คิดจากวันที่จ่ายยังไม่ครบกำหนดจนกระทั่งวันถึงกำหนดไถ่ลูกหนี้มีสิทธิใช้ที่ดินถัดไปโดยไม่ต้องจ่ายเงินแล้วก็ดอกผลเงินทองระหว่างวิธีขายฝากเป็นของคนขายฝาก โดยหลังขายฝากที่ดินไปแล้ว ลูกหนี้ผู้ขายฝากยังสามารถใช้ที่ดินทำทำการเกษตรและก็เป็นที่อยู่อาศัยต่อไปได้ โดยไม่ต้องแบ่งรายได้หรือจ่ายค่าเช่าให้แก่เจ้าหนี้ ถ้าเกิดในวันจดทะเบียนขายฝากลูกหนี้ให้คนอื่นเช่าที่ดินอยู่ก็สัญญาเช่ายังส่งผลต่อไปสมบูรณ์ โดยให้ค่าใช้จ่ายสำหรับเช่าเป็นของลูกหนี้ผู้ขายฝาก

แต่ว่าถ้าเกิดลงบัญชีขายฝากไปแล้วลูกหนี้พึ่งจะนำที่ดินออกให้คนอื่นๆเช่าทำทำการเกษตรหรือเป็นที่อยู่ที่อาศัยก็สามารถทำเป็นเหมือนกัน แต่ให้ตกลงกันเองระหว่างลูกหนี้แล้วก็เจ้าหนี้ว่าใครจะเป็นผู้รับค่าใช้จ่ายในการเช่าหากเจ้าหนี้คนรับซื้อฝากเป็นผู้ได้ค่าใช้จ่ายสำหรับเช่าก็ให้นำค่าใช้จ่ายในการเช่านั้นไปหักออกจากสินไถ่ ทำให้ลูกหนี้ได้ประโยชน์ทั้งขึ้นทั้งล่อง มีข้อต่อรองเพียงนิดหนึ่งว่าลูกหนี้จะนำที่ดินให้ผู้อื่นเช่าทำพานิชยกรรมมิได้กรณีไม่ไถ่ถอนลูกหนี้ยังมีสิทธิในผลผลิตต่ออีก 6 เดือนหากแม้มีหลักเกณฑ์ว่ากรณีไม่มาไถ่คืนคนขายฝากควรต้องส่งที่ดินให้กับผู้ซื้อฝากตามสภาพที่เป็นอยู่เวลานั้น โดยปลอดสิทธิใดๆก็ตามที่คนขายฝากส่งผลให้เกิดขึ้นในระหว่างวิธีขายฝาก แม้กระนั้นยังกำหนดให้ผู้ขายฝากมีสิทธิในผลผลิตเกษตรกรรมที่มิได้มีลักษณะเป็นส่วนควบ

ตอนวันที่16 เม.ย. ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ปกป้องราษฎรสำหรับการทำข้อตกลงขายฝากที่ดินเพื่อทำการเกษตรหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2562 ความว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงแขนณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชวโรงการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีข้อบังคับเกี่ยวกับการป้องกันสามัญชนสำหรับเพื่อการลงนามขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่พักที่อาศัย

โดยมีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิแล้วก็เสรีภาพของบุคคลซึ่งมาตรา26 ประกอบกับมาตรา37 ของรัฐธรรมนูญที่แว่นแคว้นไทยข้อกำหนดให้ปฏิบัติได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติที่กฎหมาย เหตุผลรวมทั้งสิ่งที่ต้องการสำหรับเพื่อการจำกัดสิทธิแล้วก็ความอิสระของบุคคลตามพ.ร.บ.นี้เพื่อคุ้มครองปกป้องคนขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมรวมทั้งที่อยู่อาศัยให้ได้รับความยุติธรรมจากวิธีการทำธุรกรรมดังกล่าวมาแล้วข้างต้น

ทั้งนี้ให้โอนหน้าที่และก็อำนาจของหัวหน้าเขตนายอำเภอหรือปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอซึ่งมีอยู่ตามประมวลกฎหมายที่ดินก่อนวันที่พ.ร.บ.ปรับแต่งเพิ่มอีกประมวลกฎหมายที่ดิน(ฉบับที่4) พ.ศ. 2528 ใช้บังคับไปเป็นหน้าที่และอำนาจของข้าราชการขึ้นตรงต่อกรมที่ดินที่ปฏิบัติภารกิจที่อำเภอ

ตามที่อธิบดีกรมที่ดิน ระบุ ดังนี้ตามมาตรา 6 แนวทางการขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือการขายฝากที่อยู่ที่อาศัยซึ่งผู้ขายฝากเป็นบุคคลธรรมดาให้ใช้บังคับตามพระราชบัญญัตินี้ยกเว้นการใดที่มิได้บัญญัติไว้เป็นการเฉพาะหรือบัญญัติไว้เป็นประการอื่นในพระราชบัญญัตินี้ให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้บังคับโดยผ่อนปรน ไม่ว่าในคำสัญญาขายฝากจะกำหนดไว้เป็นอย่างใดหรือมีกติกาเป็นประการใดและไม่ว่าพนักงานเจ้าหน้าที่จะเจาะจงเอาไว้ภายในสารบาญสำหรับลงบัญชีว่าเป็นการขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือวิธีขายฝากที่อยู่ที่อาศัยหรือไม่ก็ตามถ้าตามข้อสรุปในขณะขายฝากปรากฏว่าที่ดินหรือสิ่งก่อสร้างที่ขายฝากเป็นที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือมีเป้าประสงค์เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยตามพ.ร.บ.นี้

ให้ใช้บังคับตามพ.ร.บ.นี้ ข้อตกลงใดที่ขัดหรือโต้เถียงกับพระราชบัญญัตินี้ไม่ว่าจะมีอยู่ในข้อตกลงขายฝากหรือทำเป็นกติกาต่างหากให้ข้อตกลงนั้นเป็นโมฆะโดยตาม มาตรา18 คนขายฝากมีสิทธิไถ่สินทรัพย์ที่ขายฝากภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในข้อตกลงหรือภายในช่วงระยะเวลาที่ระบุในพ.ร.บ.นี้โดยอาจจ่ายสินไถ่ให้แก่ผู้บริโภคฝากหรือวางสินทรัพย์อันเป็นสินไถ่ต่อที่ทำการวางสินทรัพย์หรือที่ทำการที่ดินจังหวัดหรือสานักงานที่ดินที่รับลงทะเบียนแนวทางการขายฝาก

ส่วนในกรณีที่ผู้ขายฝากไม่บางทีอาจใช้สิทธิไถ่กับผู้บริโภคฝากได้ไม่ว่าด้วยเหตุใดอันมิใช่เป็นความไม่ถูกของคนขายฝากให้คนขายฝากมีสิทธิวางทรัพย์อันเป็นสินไถ่ต่อสำนักงานวางสินทรัพย์หรือที่ทำการที่ดินจังหวัดหรือสำนักงานที่ดินที่รับจดทะเบียนแนวทางการขายฝากสินทรัพย์นั้นได้ภายในสามสิบวันนับแต่วันถึงกำหนดเวลาไถ่หรือนับจากวันที่เหตุที่ทำให้ไม่อาจใช้สิทธิไถ่ดังที่กล่าวมาข้างต้นได้สิ้นสุดลงสุดแต่กรณีและให้นับว่าคนขายฝากได้ไถ่เงินที่ขายฝากตามกำหนดเวลาไถ่แล้ว

โดยสำหรับในการขายฝากที่ดินเพื่อทำการเกษตรแล้วก็ที่อยู่ที่อาศัยซึ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของราษฎรไม่น้อยเลยทีเดียวได้ปรากฏว่าคนขายฝากมีอำนาจต่อรองน้อยกว่าผู้ซื้อฝากอันเนื่องมาจากสถานะทางด้านเศรษฐกิจที่ต่างกันแล้วก็ผู้ขายฝากบางทีอาจได้รับความเดือดร้อนจากการสูญเสียที่ดินสำหรับทำกินหรือที่พักอาศัยสมควรกำหนดให้มีการควบคุมคำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อทำการเกษตรและที่อยู่อาศัยรวมทั้งการดูแลความสะดวกแก่ประชากรสำหรับในการวางทรัพย์สินอันเป็นสินไถ่โดยกำหนดให้ผู้ขายฝากสามารถปฏิบัติงานรวมทั้งให้ข้าราชการขึ้นตรงต่อกรมที่ดินซึ่งปฏิบัติหน้าที่ที่อำเภอมีหน้าที่และอำนาจรับการวางสินทรัพย์ได้ด้วยทั้งนี้เพื่อกำจัดความแตกต่างรวมทั้งสร้างเสริมความยุติธรรมในสังคมจึงจำเป็นที่จะต้องตราพ.ร.บ.นี้..

 

ขายฝาก สามารถ add line @moneyhomeloan

เพื่อส่งเอกสารให้ทางเจ้าหน้าที่ประเมินได้ฟรีไม่เสียค่าใช้จ่ายโดยแนบเอกสารให้ครบถ้วนดังต่อไปนี้

  1. รูปถ่ายหน้าและหลังโฉนด
  2. รูปถ่ายทรัพย์สินทั้งภายในและภายนอก
  3. วงเงินที่ต้องการ
  4. ชื่อและเบอร์โทรติดต่อกลับ

ทาง HomeLoan ใช้ระยะเวลาในการประเมินภายใน 6 ชั่วโมงเวลาทำการ (9.00-21.00น.)

เมื่อทราบผลแล้วสามารถนัดวันที่กรมที่ดินได้ทันที กลับสู่หน้าหลัก